กลิ่นน้ำหอม เสน่ห์ของกลิ่นที่ช่วยบ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อัปเดตเมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘กลิ่นน้ำหอม’ นอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยบ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว กลิ่นหอมยังเปรียบเสมือนมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนสามารถจดจำบุคลิกและนึกถึงผู้ใช้กลิ่นนั้น ๆ และอาจเปรียบเปรยออกมาเป็นบรรยากาศหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับบุคคลได้ ดังนั้น การรู้เกี่ยวกับกลิ่นน้ำหอม โทนกลิ่น และประเภทของกลิ่นต่าง ๆ จะช่วยให้คุณหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ดียิ่งขึ้น
Key Takeaway
กลิ่นน้ำหอมคือสิ่งที่ช่วยบ่งบอกเอกลักษณ์ และบุคลิกเฉพาะตัวของผู้ใช้ได้
กลิ่นน้ำหอมจะมีโทนกลิ่นที่ไล่ระดับช่วงกลิ่น ได้แก่ Top Notes, Middle Notes และ Base Notes
Base Notes จะเป็นช่วงกลิ่นที่ทนทานที่สุด และเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดเอกลักษณ์ของผู้ใช้
ประเภทของกลิ่นน้ำหอมมี 4 ประเภท ได้แก่ Floral, Oriental, Woody และ Fresh
กลิ่นน้ำหอมแต่ละประเภทสามารถนำมาผสมกันเพื่อครีเอทกลิ่นได้ เช่น Floral กับ Fresh หรือ Woody กับ Oriental
สารบัญ
กลิ่นน้ำหอมคืออะไร? ทำความรู้จัก Fragrance Notes ลำดับกลิ่นที่รวมเอกลักษณ์น้ำหอม
กลิ่นน้ำหอมนั้นจะมีลำดับของกลิ่น หรือ Fragrance Notes ที่จะให้กลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงโน้ต โดยแบ่งได้ดังนี้
Top Note : กลิ่นแรกที่ได้กลิ่น
กลิ่นแรกที่สัมผัสได้ทันทีหลังจากฉีดน้ำหอม มักจะเป็นกลิ่นน้ำหอมที่มีความสดชื่นอย่างกลิ่น Peppermint หรือกลิ่น Citrus ซึ่ง Top Note จะคงกลิ่นอยู่ที่ประมาณ 10-15 นาที
Middle Note : หัวใจของน้ำหอม
กลิ่นที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของน้ำหอมแต่ละขวด คงกลิ่นประมาณ 1-2 ชั่วโมง และมักจะเป็นกลิ่นผลไม้หรือดอกไม้ เช่น น้ำหอมกลิ่น Lavender, Camelia หรือ Rose
Base Note : กลิ่นที่ทิ้งไว้บนผิว
กลิ่นที่มาเป็นลำดับสุดท้าย แต่จะทิ้งบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำหอมเอาไว้ คนที่อยู่ใกล้จะได้กลิ่น Base Note ของน้ำหอม มักจะเป็นกลิ่นที่มีความอบอุ่นน่าค้นหา เช่น น้ำหอมกลิ่นวนิลา (Vanilla) กลิ่นมัสก์ (Musk) และ Sandalwood
กลิ่นน้ำหอมมีกี่ประเภท? เจาะลึก ‘กงล้อน้ำหอม’ (Fragrance Wheel) แบ่งกลิ่นตามบรรยากาศ
วงล้อน้ำหอม (Fragrance Wheel) เป็นโมเดลสำหรับแบ่งกลิ่นออกเป็น 4 ประเภทเพื่อให้เข้าใจตระกูลของกลิ่นแต่ละแบบ โดย Fragrance Wheel ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญน้ำหอม Michael Edwards ซึ่งมีรายละเอียดประเภทกลิ่นน้ำหอมดังนี้

Floral
ตระกูล Floral มอบความรู้สึกอ่อนหวาน โรแมนติก และความเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นตระกูลกลิ่นที่ใหญ่และได้รับความนิยมสูงสุด ภายในตระกูลนี้จะแบ่งย่อยออกเป็นกลิ่นดอกไม้ที่ตรงไปตรงมา (Floral) อย่างน้ำหอมกลิ่นกุหลาบ กลิ่นหอมสปา หรือกลิ่นที่นุ่มนวลผสมกลิ่นแป้ง (Soft Floral) เช่นน้ำหอมกลิ่นแป้งเด็ก และกลิ่นที่เริ่มผสมความอบอุ่นของเครื่องเทศอ่อน ๆ (Floral Oriental)
Oriental
ตระกูลออเรนทอล (Oriental) หรือที่เรียกว่า Amber นั้น มอบความรู้สึกอบอุ่น ลุ่มลึก น่าหลงใหล และหรูหรา ด้วยกลิ่นที่มักจะติดทนนานและซับซ้อน กลิ่นหลักของตระกูลนี้มาจากการผสมผสานของอำพันทอง (Golden Resins), วานิลลา และเครื่องเทศต่าง ๆ โดยมีกลุ่มย่อยที่สำคัญ เช่น Soft Oriental ที่เน้นความนุ่มนวลของยางไม้หอม และ Woody Oriental ที่ผสมผสานความเย้ายวนของอำพันเข้ากับโน้ตไม้เข้มข้นอย่างแพตชูลี่และอู๊ด มักใช้เป็นกลิ่นน้ำหอมโรงแรม
Woody
ตระกูล Woody ให้ความรู้สึกอบอุ่น แข็งแรง สุขุม และมั่นคง กลิ่นในตระกูลนี้ ซึ่งมีโน้ตหลักอย่างไม้จันทน์ (Sandalwood) และไม้สนซีดาร์ (Cedarwood) มักจะถูกใช้เป็น Fixatives ใน Base Note เพื่อเพิ่มคุณภาพและและทำให้น้ำหอมติดทนนาน ตระกูลนี้ยังแยกย่อยเป็น Mossy Woods (กลิ่นป่าหลังฝน/โอ๊คมอส), Dry Woods (กลิ่นไม้แห้ง/ควัน) และ Woods (กลิ่นไม้)
Fresh
ตระกูล Fresh มอบความรู้สึกสะอาด สดใส และทันสมัย เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือในอากาศร้อน กลิ่นในตระกูลนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งกลิ่นจากผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus), กลิ่นของน้ำหรืออากาศสะอาด (Water/Aquatic), และกลิ่นจากสมุนไพรหอม (Aromatic) เช่น ลาเวนเดอร์
เกร็ดความรู้:
*วิธีเก็บรักษาน้ำหอม : เก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน ไม่ควรเก็บในตู้เย็น เนื่องจากสารหอมบางชนิดสามารถตกผลึกในอุณหภูมิที่ต่ำได้
ผสมกลิ่นน้ำหอมอย่างไรให้กลิ่นหอมละมุน ไม่ตีกัน?
ภายในน้ำหอม 1 ขวดจะให้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละโน้ตอาจมีการใช้กลิ่นที่มีประเภทแตกต่างกัน ดังนั้นการมีกงล้อน้ำหอม (Fragrance Wheel) จึงช่วยให้การผสมกลิ่นน้ำหอมออกมาเข้ากัน และครีเอทเป็นเอกลักษณ์ใหม่ ๆ ได้ สำหรับกลิ่นที่เข้ากันจะมีดังนี้
กลิ่นที่มีคาแรคเตอร์ใกล้กัน เช่น Floral กับ Fresh หรือ Oriental กับ Woody จะทำให้กลิ่นออกมาเข้ากันแบบพอดี
กลิ่นที่อยู่ตรงข้ามกัน เช่น Fresh กับ Woody หรือ Floral กับ Oriental ที่ถึงแม้จะตัดกัน แต่ก็มีจุดเชื่อมโยงที่คล้าย ๆ กัน ทำให้กลิ่นออกมาน่าสนใจ และมีมิติ
วิธีเลือกกลิ่นน้ำหอมให้เหมาะกับบุคลิกและโอกาส (Occasion)

แม้ว่าการเลือกน้ำหอมจะสามารถเลือกกลิ่นที่ชอบได้เลย แต่ในบางครั้งก็สังเกตได้ว่าบุคลิกของผู้ใช้กับความชอบมักจะไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรถ้าอยากค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น อาจจะพิจารณาเลือกกลิ่นน้ำหอมเพิ่มเติมได้ตาม Steps
รู้จักคาแรคเตอร์ตัวเอง ชอบกลิ่นแนวไหน เช่น กลิ่นดอกไม้ กลิ่นสดชื่น ๆ กลิ่นสะอาด หรือกลิ่นที่เบาสบาย
ลองกลิ่นบนผิว เพื่อดูว่ากลิ่นเบลนด์กับตัวคุณได้ดีไหม
เช็กความติดทนของกลิ่น อยู่ได้นานแค่ไหน เหมาะกับไลฟ์สไตล์หรือไม่
เลือกกลิ่นน้ำหอมตาม Occasion เพื่อให้มีความ Variety และเหมาะสมกับหลากหลายสถานการณ์ เช่น น้ำหอมที่ให้บรรยากาศอบอุ่น
หรูหราสำหรับงานทางการ หรือน้ำหอมกลิ่นสดชื่นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
คำถามที่พบบ่อย
จะสร้าง Signature Scent สำหรับกลิ่นน้ำหอมได้อย่างไร?
เลือกกลิ่นโน้ตเบสที่ชอบและเข้ากับฟีโรโมนผิว ก่อนนำมา Layering ผสมกลิ่นเพื่อสะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร
กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายต่างกันไหม?
ต่างกันที่โทนกลิ่นที่นิยม ผู้หญิงนิยมผสมกลิ่นดอกไม้-ผลไม้ที่มีความหวาน อ่อนโยน ส่วนผู้ชายมักเน้นกลิ่นไม้ หรือเครื่องเทศ
EDP, EDT และ EDC คืออะไร?
คือระดับความเข้มข้นของน้ำหอม EDP ติดทนสุดประมาณ 6-8 ชม. EDT ปานกลางประมาณ 4-6 ชม. และ EDC บางสุด ประมาณ 2-3 ชม.
กลิ่นน้ำหอม ครีเอทกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคุณ กับ Scent and Sense
การเลือกและเข้าใจเอกลักษณ์ของกลิ่นน้ำหอมแต่ละประเภท จะช่วยให้คุณค้นพบสไตล์ที่สะท้อนตัวตนได้อย่างโดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ตามโอกาส ระดับความติดทน หรือการผสมผสานกลิ่นใหม่ ๆ ด้วยตนเอง
สำหรับผู้ที่ต้องการรังสรรค์เอกลักษณ์กลิ่นเฉพาะตัวเพื่อเชิงธุรกิจ Scent and Sense พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคุณด้วยบริการรับผลิตน้ำหอมจากโรงงานผลิตน้ำหอม สร้างแบรนด์น้ำหอมคุณภาพเยี่ยมได้อย่างมืออาชีพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
LINE @Perfumefactory


























ความคิดเห็น